วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

myfxbook คืออะไร

myfxbook คืออะไร (3)

myfxbook คืออะไร

เมื่อคุณเริ่มเทรด forex มีความชำนาญมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ตามมาคือการแสดงผลงานหรือความสามารถที่คุณมีนั้นให้กับคนทั่วโลกได้รับรู้ มันช่วยให้คุณสามารถมองเห็นการเติบโตของ Portfolio ของคุณอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยให้คุณนั้นสามารถทำเงินได้จากมันด้วย ที่นั่นคือ myfxbook ดังนั้นบทความนี้เรามาเจาะลึกเกี่ยวกับ myfxbook ว่าคืออะไรกันดีกว่าครับ

myfxbook คืออะไร

myfxbook.com คือเว็บไซต์ที่ให้บริการในการเก็บข้อมูลการเทรดของคุณในรูปแบบต่างๆ โดยคุณสามารถแสดงผลงานการเทรด forex ของคุณ ให้คนทั้งโลกได้รับรู้ผ่านเว็บไซต์ myfxbook ซึ่งก็มีผลต่อการทำรายได้ให้เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีผลต่อการปรับปรุงแนวทางการเทรดของคุณเองด้วย
และนอกจากนี้ด้วยหลักการของ myfxbook.com ยังสามารถ Copy Trade กันได้ เพียงแต่ถ้าจะ Copy Trade นั้นต้องสมัครใน Broker ที่เป็นพันธมิตรกับเขา และผ่านเว็บของเขา แต่ก็จะมีค่า commission ด้วยนะครับ
myfxbook คืออะไร (1)

วิธีการสมัคร myfxbook

คุณสามารถเข้าไปทำการสมัครเป็นสมาชิก myfxbook ได้ที่ myfxbook.com ซึ่งคุณสามารถศึกษารายละเอียดได้จากวีดีโอการสอนนี้เลยครับ


ประโยชน์ของการใช้ myfxbook

  1. ช่วยให้คุณสามารถบันทึกสถิติต่างๆได้
เมื่อคุณเริ่มต้นใช้งาน myfxbook บัญชีของทาง myfxbook จะทำการเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับโปรแกรมเทรดอย่าง MT4 หรือว่า MT5 ซึ่งภายหลังจากการเชื่อมต่อแล้ว สถิติต่างๆเกี่ยวกับการเทรดของคุณ ก็จะไปปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ myfxbook ในรูปแบบกราฟ ซึ่งจะบอกถึงข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะสถิติในเรื่องของการทำกำไรหรือขาดทุน
  1. อาจช่วยคุณในการขายสินค้าเกี่ยวกับ forex ได้
คุณสามารถใช้ Portfolio ของคุณ ที่ myfxbook เป็นเหมือนตัวแทนในการบอกว่า คุณนั้นสามารถทำกำไรได้มากน้อยเท่าใดจากตลาด forex หากคุณมีอินดี้ดีๆที่ใช้งานพร้อมกับระบบการเทรดที่เจ๋งๆ คุณอาจสามารถขายมันให้กับคนที่เข้ามาเยี่ยมชม Portfolio ของคุณได้อีกด้วย หรือจะให้ทำในสิ่งที่เรียกว่า copy trading ก็สามารถทำได้
myfxbook คืออะไร (2)
  1. การใช้ระบบออโต้เทรด(Auto Trade) จาก myfxbook
ระบบออโต้เทรด (AutoTrade) ซึ่งจัดทำโดย myfxbook นั้น เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเทรดแบบโซเชียล ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เทรดเดอร์มือใหม่ เป็นการเลียนแบบการเทรด จากเทรดเดอร์ผู้มีประสบการณ์ ทั้งนี้ทำให้เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์น้อย สามารถทำกำไรได้จากการติดตามเทรดเดอร์รุ่นเก๋าเกมส์ ซึ่งบรรดาเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์เหล่านี้จะได้รางวัลคืนกลับมาเป็นครึ่ง pip ต่อการเทรดหนึ่งล็อต หรืออื่นๆตามแต่จะตกลงกัน
  1. ช่วยตรวจเช็คความน่าเชื่อถือของระบบเทรด หรือ EA
เมื่อเราไปเจอระบบเทรด หรือ EA ที่ขายกัน หรือว่าจะเป็นอาจารย์สอนเทรดที่บอกว่าตัวเองเทพ เราก็สามารถขอให้เขาโชว์ Myfxbook ได้เลย ข้อมูลของ Myfxbook นั้นจะเป็นข้อมูลแบบ Real Time ทำให้เราเห็นทั้ง Order ที่เปิดอยู่และ Order ที่ปิดไปแล้ว พร้อมทั้งข้อมูลต่างๆ อีกมากมายที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าพอร์ตนั้นจะเป็นบัญชี Real หรือว่าเป็น Demo Account ครับ ทำให้เราตรวจเช็คได้ว่าสิ่งที่เขาบอกนั้นน่าเชื่อถือขนาดไหน

myfxbook คืออะไร (5)

การทำ Analysis Myfxbook

ต่อไปจะเป็นวิธีการใช้ Myfxbook สำหรับวิเคราะห์พอร์ต Forex อย่างสั้นๆครับ
number 1 : บอกว่าเป็น Real Account หรือว่าเป็น Demo Account (บัญชีจริง หรือบัญชีทดลอง)
number 2 : Abgain % เป็นเปอร์เซ็นต์ของกำไรทั้งหมดจากเงินที่ฝากเข้า เช่น  Deposit 100 $ กำไร 10 $ Abgain ก็คือ 10%
ที่ไม่ให้ดูตรง Gains % ตรงๆเลยก็เพราะว่า Gains % บางทีจะคำนวณจากเงินที่เหลือในพอร์ตครับ เช่น เดือนนี้เทรดจาก 1000 $ ขาดทุนเหลือ 400 $ แต่เดือนต่อมาเทรดจาก 400 $ เป็น 4000 $ จะได้ Gain 1000 % ครับ กลายเป็นว่าข้อมูลในส่วนขาดทุนที่ควรคิดด้วยหายไปทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง ดังนั้นการดู Adgains จะทำให้ได้ผลที่ถูกต้องที่สุดครับ     
number 3 : Drawdown % หมายถึง % ของจำนวนเงินขาดทุนสะสมของ balance เป็นส่วนที่สำคัญมากๆของระบบครับ เอาไว้ดูความเสี่ยงของระบบลุงทุนเช่น ณ ขณะนั้นในพอร์ตมี 1000 $ เทรดไปติดลบ 500 $ แต่สักพัก กราฟวิ่งกลับมา ทำให้เราได้กำไรรวมทุนเป็น 1300 $ Drawdown % จะคิด 1000 $ กับการติดลบ 500 $ ดังนั้น ค่า Drawdown คือ 50 % ครับ
number 4 : Tracking Record Verify คือระบบของ Myfxbook ยืนยันแล้วว่า เป็น Data ที่น่าเชื่อถือ
        ส่วน Trading Privileges Verify หมายถึง ได้รับการยืนยันแล้วว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นเป็นจริง จากการที่นำ Investor Password จาก Myfxbook ไปเปลี่ยนใน MT4 ของเรา

ส่วนอื่นๆ ที่ดูประกอบ

Balance = ยอดเงินที่เหลือในพอร์ตขณะนี้
Equity = จำนวนเงินที่เป็นบวกหรือลบหลังจากเปิด order ในกรณีที่ไม่ได้เปิดออเดอร์ Equity จะเท่ากับ Balance
Highest = จำนวน Blance ที่มากสุดที่ Account นี้เคยมี
Profit = กำไรทั้งหมดที่พอร์ตนี้ทำกำไรได้ ถ้าได้กำไรจะเป็นสีเขียว(บวก) ถ้า ขาดทุนจะเป็นสีแดง(ลบ)
Interest = ยอดรวมของ Swap ทั้งหมดไม่ว่าบวกหรือลบ
Deposit = ยอดเงินฝากที่ฝากเข้าไป
Withdraw = ยอดเงินที่ทำการถอนจาก Account
myfxbook คืออะไร (4)
ภาพรวมของพอร์ต เราสามารถดูได้จากกราฟ โดยเราสามารถที่จะวิเคราะห์ ในลักษณะ Time Balance % Growth ในการที่จะประเมินว่าระบบนี้ จะทำกำไรให้เราได้เท่าใดหากเวลาผ่านไปครับ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนจึงไม่ยอมแสดงข้อมูลบางส่วนใน Myfxbook ของตน เพราะการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด จะทำให้ผู้ที่เข้ามาดู Myfxbook วิเคราะห์กลยุทธ์การเทรดของเขาได้นั่นเอง(หรืออีกนัยหนึ่งคือสามารถจับผิดเขาได้)
ดังนั้นก่อนที่จะถูกใครชักจูงให้ไปลงทุนร่วม(ไม่เห็นด้วยไม่ว่ากรณีใดๆ ร้อยทั้งร้อยคือหลอกลวง) หรือจะตัดสินใจซื้อ EA ขอให้สังเกตดูข้อมูลหลักๆ ของ Myfxbook ให้ดีๆทุกครั้งครับ เพื่อเงินในกระเป๋าเราจะไม่เสียไปแบบเปล่าประโยชน์ครับ

Myfxbookกับช่องทางในการหารายได้ของคุณ

จากข้อมูลอันแน่นปึ๊กข้างต้น ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มต้น หรือตัดสินใจแล้วว่าต้องการเป็นนักเทรด forex มืออาชีพ อย่าลืมสมัครเป็นสมาชิกกับทาง myfxbook.com ซึ่งเท่ากับว่าคุณจะสามารถประเมินศักยภาพและขีดความสามารถของตนเองหรือเพื่อให้คนอื่นๆได้เห็นความสามารถของคุณ และที่สำคัญที่สุดอย่างที่กล่าวไปแล้วตั้งแต่ตอนต้นคือ คุณสามารถขายมันให้กับคนอื่นๆได้อีกด้วย ทั้งการขายอินดี้ หรือว่าการทำสิ่งที่เรียกว่า copy trading
สรุปแล้ว หากคุณเข้ามาสู่วงการของการเทรด forex การสมัครเป็นสมาชิกกับทาง myfxbook คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องลงมือทำ ซึ่งไม่แน่ว่าเบอร์หนึ่งของโลกด้านการเทรด forex อาจมีชื่อเป็นคุณก็ได้ ^_^ 
==========================================

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559

Gain คืออะไร

Gain คืออะไร

ผมยอมรับว่าเมื่อครั้งได้ยินคำว่า Gain สิ่งที่ผมนึกถึงมากที่สุดคือเรื่องของเสียงของไมค์ แน่นอนว่าไม่เกี่ยวอะไรเลยกับการเทรด forex แต่ในความเป็นจริงแล้ว Gain นี่ล่ะครับ ถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะสามารถช่วยให้เราเอามาพิจารณาทั้งในส่วนของโอกาสในการเติบโตที่เกิดจากการเทรด forex หรือความเสี่ยงต่างๆ สำหรับว่าจะเป็นอย่างไรนั้นมาศึกษาเรื่อง Gain ไปพร้อมๆกันนะครับ

Gain คืออะไร

ตอบกันแบบง่ายๆเลย Gain (อ่านว่า เกน) คือ % ของผลกำไรของพอร์ตที่มีการเติบโตขึ้น โดยมีการหารเฉลี่ยกับจำนวนเดือนที่มีการจดบันทึกด้วย โดยปกติแล้ว คุณสามารถพบค่าของ Gain ผ่านทางโปรแกรม MT4 หรือ MT5 และรวมถึงการพบค่า Gain ด้วย fxbook ด้วยนะครับ
โดยอาจจะพบในรูปแบบของคำว่า Profit /Loss or "P/L" or Gain/Loss ซึ่งก็คือ ยอดกำไรหรือขาดทุนจากรายการซื้อขายทั้งหมด (รายการที่ได้ทำการปิดเรียบร้อยแล้วบวกหรือลบด้วยยอดกำไรขาดทุนของรายการที่ ยังเปิดค้างอยู่) Unrealized Gain/Loss คือ ยอดกำไรขาดทุนสำหรับรายการซื้อขายที่ยังไม่ได้ปิดในขณะนั้น ถ้ารายการซื้อขายนั้นปิดแล้วก็จะเป็นกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง
ดังนั้นเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หากได้ยินคำว่า Gain อีก อย่าเพิ่งนึกถึงไมค์ เหมือนกับผู้เขียนนะครับ ^_^‎

ประโยชน์ของการเรียนรู้เรื่อง Gain กับ forex

เราสามารถเรียนรู้ประโยชน์อะไรบ้างจากค่า Gain ที่มีการรายงานใน forex ผู้เขียนขออนุญาตสรุปออกมาเป็นข้อๆดังต่อไปนี้ครับ
1.ช่วยให้รู้ว่าเราสามารถทำกำไรไปเท่าไหร่
แน่นอนว่าค่า Gain บ่งบอกให้เรารู้ว่าในแต่ละเดือนนั้นเราสามารถทำกำไรไปได้เท่าไหร่ ซึ่งก็อาจคล้ายๆเป็นความภาคภูมิใจว่าเรานั้นเก่งทีเดียวที่สามารถเทรดได้กำไรแบบนั้นแบบนี้เป็นต้น โดยปกติแล้วค่า Gain จะแสดงออกมาในรูปแบบของชาร์ตให้เราได้รับทราบ
2.ช่วยให้เราเห็นว่าคนอื่นทำกำไรได้เท่าไหร่
จริงๆแล้วคำกล่าวข้อนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความเป็น Common Sense มากๆ เพราะว่า ถ้าคุณนั้น สามารถเห็น Gain ของตนเองใน forex แล้ว คุณก็สามารถเห็นสิ่งนี้ในของคนอื่นได้เช่นเดียวกัน แต่ข้อดีที่ตามมาคือ คุณจะรู้สึกว่าได้รับแรงผลักดันให้ตนเองต้องพัฒนารูปแบบการเทรดของตนเองให้ไม่แพ้กับคนที่เราได้เห็น Gain ของเขานั่นเอง
3.เชื่อมโยงกับคำว่า Drawdowns (% การขาดทุน)
ใช้ในเรื่องของการบริหารจัดการการเงินที่ดี (Money management) กล่าวคือ เมื่อเราขาดทุนคิดเป็น % แล้วเราต้องทำกำไรกลับมาเท่าไหร่เพื่อที่จะ recovery กลับมาเท่าทุน(breakeven) โดยมีการเทียบข้อมูลไว้ดังนี้
Drawdowns (% การขาดทุน) Vs. Gain to recovery (% ที่ต้องทำกำไรกลับมาเพื่อเท่าทุน)
drawdown 5% ต้องทำ  5.3 % gain to recovery
drawdown  10% ต้องทำ 11.1 % gain to recovery
drawdown  15% ต้องทำ 17.6 % gain to recovery
drawdown  20% ต้องทำ  25 % gain to recovery
drawdown  25% ต้องทำ  33 % gain to recovery
drawdown  30% ต้องทำ  42.9 % gain to recovery
drawdown  40% ต้องทำ  66.7 % gain to recovery
drawdown  50% ต้องทำ  100 % gain to recovery
drawdown  60%ต้องทำ  150 % gain to recovery
drawdown  75% ต้องทำ  300 % gain to recovery
drawdown  90% ต้องทำ  900 % gain to recovery
ข้อมูลนี้ทำให้เราทราบว่า การขาดทุนที่มากเกินไปในแต่ล่ะครั้งนั้น หมายความว่าเราจะต้องทำกำไรให้มากขึ้นอย่างมากเพื่อกลับมาเท่าทุน เพราะมันเป็นเรื่องของอัตราส่วน ไม่ใช่แค่การหักลบกลบหนี้นะครับ

การปรับ Gain ของ Portfolio ของเรา

เรื่องของ Gain นั้นสามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่าง กล่าวคือ ปกติแล้วอัตราการเติบโตของคนที่มี Gain ธรรมดาในการเทรด forex น่าจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% ต่อปี แต่ถ้ามีค่าเกินกว่านี้หรือว่าเทรดในระยะสั้น แต่มีค่า Gain โตระดับ 100-300% ถ้าเป็นแบบนี้ก็มีแนวโน้มว่า โอกาสล้างพอร์ตก็มีสูงมากเช่นเดียวกัน
เพราะเคยมีคนทำได้สูงกว่านี้เยอะแยะมากมาย แต่สุดท้ายมักไปไม่รอด ดังนั้นยิ่งสูง ยิ่งต้องระวัง ว่าความจริงแล้วกำไร(Gain)ที่ได้มานั้น อยู่บนพื้นฐานของระบบที่ดีจริงหรือเปล่า ก็คล้ายๆกับหุ้นที่เติบโตทำ New High อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแท้จริงแล้วเกิดขึ้นจากการปั่นของเจ้ามือ
ดังนั้นพื้นฐานการเติบโตของพอร์ตที่ดี ก็คือระบบวินัยของตัวผู้เทรดนั่นเอง การดูตัวเลข Gain อย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะการันตีได้ว่า พอร์ตนี้จะอยู่ได้รอดในระยะยาว เช่น Gain เดือนละ 50% นับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ แต่ยังมองว่าค่อนข้างสูงไป เพราะ Risk ที่เกิดขึ้นอาจถึง 50% ด้วยเช่นกัน
Gain ที่สูง ควรมีระยะเวลาอายุของพอร์ตที่สูงด้วยเช่นกัน เช่น Gain 200% แต่อายุพอร์ตเพียงแค่ 1 สัปดาห์ อย่างนี้วัดอะไรไม่ได้ครับ ถ้าเชื่อมั่นในระบบมากจนขาดสติ ขาดการเอาใจใส่พอร์ต ระยะยาวมักมีการล้างพอร์ตเกิดขึ้นครับ
สรุปแล้ว Gain ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัด ที่สามารถบอกให้เราทราบว่าการเทรด forex ของเรานั้น ต้องมีการปรับปรุงหรือมีการเพิ่มเติมในเรื่องใดๆบ้าง เพราะว่าถ้าค่าของ Gain นั้น มีอัตราเติบโตที่มากเกินไปแล้ว ย่อมมีโอกาสสูงที่จะก่อให้เกิดผลเสียจำนวนมากต่อธุรกิจของเรา และอาจร้ายแรงถึงขั้นล้างพอร์ตกันเลย ดังนั้นค่าตัวนี้จะต้องคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเสมอๆครับ

วิธีดูผลกำไรจาก Gain และ Profit Factor จากเว็บ myfxbook.com

เป็นเนื้อหาที่แถมไว้ในบทความนี้ ด้วยผมเห็นว่าน่าจะกล่าวไว้ เพื่อเป็นภูมิต้านทานต่อมิจฉาชีพ ที่ออกมาในรูปของการระดมทุน ซึ่งบ่อยครั้งที่มีคนหรือกลุ่มคนมาชักชวน หรืออ้างตัวว่าสามารถทำกำไรในตลาด Forex ได้อย่างงดงาม จากนั้นก็ชวนคุณร่วมลงทุน อันนี้อย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะคนที่สามารถทำกำไรในตลาด Forex ได้อย่างต่อเนื่องจริงๆนั้น มีจำนวนน้อยมาก เทียบสัดส่วนนักลงทุน ไม่ถึง 10% ของกลุ่มนักเทรด และแน่นอนคนที่เทรดได้กำไร เขาไม่ใจดีเผื่อแผ่หรือเอาคอตัวเองไปขึ้นเขียงค้ำประกันเงินคนอื่นหรอก ดังนั้นร้อยทั้งร้อย การระดมทุนคือการหลอกลวงครับ
แต่ถ้าใครอยากเช็คข้อมูลนั้น ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบความเสี่ยงก่อนการลงทุนได้ ในที่นี้แนะนำให้ดูผ่าน www.myfxbook.com ซึ่งเป็นเว็บกลาง ที่ให้เราสามารถตรวจสอบข้อมูลประวัติการเทรดได้ แต่ทั้งนี้ในการดู myfxbook ก็ยังต้องใช้วิจารณญาณในการดู และใช้ข้อมูลในหลายๆส่วนประกอบด้วย โดยมีวิธีการดูคือ
  • Gain : เข้าไปดูที่แท็บ Info / Stats / Gain
Gain คือ ผลกำไรหรือผลตอบแทนควรดูย้อนหลัง เพื่อตรวจสอบว่าการลงทุนนั้น มีผลกำไรสม่ำเสมอ หรือให้ผลประกอบการที่มีกำไรอย่างต่อเนื่องและอยู่ในจุดที่นักลงทุนพอใจหรือไม่
  • Profit Factor : เข้าไปดูที่แท็บ Advanced Statistics / Trades / ดูที่คำว่า Profit Factor
Profit Factor คือ ค่าอัตราการคำนวณของกำไร และการขาดทุน หากค่านี้มีมากกว่า 1 หมายความว่า ตอนกำไรให้กำไรมากกว่าตอนขาดทุน ตัวอย่างเช่น หากค่า Profit Factor = 2 หมายถึง เวลาเสีย เสียแค่ 1 แต่เวลาได้ ได้ 2 ครับ
การใช้ Myfxbook ในการวิเคราะห์พอร์ต Forex จะใช้ในการวิเคราะห์ระบบเทรด ที่เราเทรดอยู่ ใช้ตรวจสอบพวกอ้างการระดมทุน หรือแม้กระทั่งตรวจสอบ EA ที่เขาขายกัน โดยข้อมูลที่ได้มานั้นจะเป็นข้อมูลแบบ Real Time ทำให้เราเห็นทั้ง Order ที่เปิดอยู่ และ Order ที่ปิดแล้ว พร้อมทั้งข้อมูลต่างๆ อีกมากมาย ที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าพอร์ตนั้น เป็น Real Account หรือ Demo Account ครับ ตัวอย่างคือ
หมายเลข 1 บอกว่าเป็น : Real Account หรือว่าเป็น Demo Account (บัญชีจริง หรือบัญชีทดลอง)
หมายเลข 2 Abgain % : เป็นเปอร์เซ็นต์ของกำไรทั้งหมดจากเงินที่ฝากเข้า เช่น  Deposit 100 $ กำไร 10 $ Abgain ก็คือ 10%
ที่ไม่ให้ดูตรง Gains % ตรงๆเลยก็เพราะว่า Gains % บางทีจะคำนวณจากเงินที่เหลือในพอร์ตครับ เช่น เดือนนี้เทรดจาก 1000 $ ขาดทุนเหลือ 400 $ แต่เดือนต่อมาเทรดจาก 400 $ เป็น 4000 $ จะได้ Gain 1000 % ครับ กลายเป็นว่าข้อมูลในส่วนขาดทุนที่ควรคิดด้วยหายไปทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง ดังนั้นการดู Adgains จะทำให้ได้ผลที่ถูกต้องที่สุดครับ     
หมายเลข 3 Drawdown % : หมายถึง % ของจำนวนเงินขาดทุนสะสมของ balance เป็นส่วนที่สำคัญมากๆของระบบครับ เอาไว้ดูความเสี่ยงของระบบลุงทุนเช่น ณ ขณะนั้นในพอร์ตมี 1000 $ เทรดไปติดลบ 500 $ แต่สักพัก กราฟวิ่งกลับมา ทำให้เราได้กำไรรวมทุนเป็น 1300 $ Drawdown % จะคิด 1000 $ กับการติดลบ 500 $ ดังนั้น ค่า Drawdown คือ 50 % ครับ
หมายเลข 4 Tracking Record Verify : คือระบบของ Myfxbook ยืนยันแล้วว่า เป็น Data ที่น่าเชื่อถือ
        ส่วน Trading Privileges Verify หมายถึง ได้รับการยืนยันแล้วว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นเป็นจริง จากการที่นำ Investor Password จาก Myfxbook ไปเปลี่ยน ใน MT4 ของเรา
ส่วนอื่นๆ ที่ดูประกอบ
Balance = ยอดเงินที่เหลือในพอร์ตขณะนี้
Equity = จำนวนเงินที่เป็นบวกหรือลบหลังจากเปิด order ในกรณีที่ไม่ได้เปิดออเดอร์ Equity จะเท่ากับ Balance
Highest = จำนวน Blance ที่มากสุดที่ Account นี้เคยมี
Profit = กำไรทั้งหมดที่พอร์ตนี้ทำกำไรได้ ถ้าได้กำไรจะเป็นสีเขียว(บวก) ถ้า ขาดทุนจะเป็นสีแดง(ลบ)
Interest = ยอดรวมของ Swap ทั้งหมดไม่ว่าบวกหรือลบ
Deposit = ยอดเงินฝากที่ฝากเข้าไป
Withdraw = ยอดเงินที่ทำการถอนจาก Account
==========================================

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

Drawdown คืออะไร

Drawdown คืออะไร

Drawdown(DD.) หมายถึง % ของจำนวนเงินขาดทุนสะสมของ balance ซึ่งจะมีค่าที่ตรงกันข้ามกับการทำกำไรนั่นเอง โดยปกติแล้ว ถ้า % ของ Drawdown ไม่เกินกว่า 30% ยังถือว่า พอร์ตของคุณมีโอกาสในการกลับมาเติบโตได้ แต่ถ้าสูงกว่านี้เมื่อไหร่ มีความเสี่ยงทันทีครับ
ตัวอย่างที่ 1 : ถ้าคุณมีเงินทุนในพอร์ตอยู่ $10,000 และคุณขาดทุนไป $3,000 นั่นหมายความว่าคุณขาดทุนไป 30% ของพอร์ตการลงทุน
ตัวอย่างที่ 2 : คุณลงไป $10,000 ทำการเทรดไป 5 ครั้ง ครั้งแรกขาดทุน -$300 ครั้งที่สองขาดทุน -$300 ครั้งที่สามได้กำไร +$600 ครั้งที่สี่ขาดทุน -$200 ครั้งที่ห้าขาดทุน -$300 ดังนั้น
Drawdown(DD.) = (-$300)+(-$300)+$600+(-$300)+(-$300) = (-$600) หรือก็คือ 6% ของทุน $10,000
ซ้าย : Drawdown ขวา : Maximal Drawdown

ประเภทของ Drawdown

  • Maximal Drawdown (Max DD.) : คือจุดขาดทุนต่อเนื่องสูงสุด นับจากผลต่างระหว่างจุดที่ขึ้นไปสูงสุดและต่ำสุด ซึ่งเราจะใช้ค่านี้มากในการวัดประสิทธิภาพของ EA โดยตั้งเป้าไม่ควรเกิน 20 % ถ้าระบบ EA ตัวไหนที่มีค่า Max DD. สูงกว่านี้ถือว่ายังใช้ไม่ได้ครับ เพราะว่า Maximum Drawdown ที่สูงๆนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกันง่ายๆนะครับถ้าหากคุณมี Stop Loss ที่ดีพอ
บางที่ระบบมี Net Profit ที่มากน่าสนใจ และมี Absolute Drawdown ที่ไม่มากไป แต่ดันมี Maximum Drawdown เยอะ เรียกว่าบางครั้งได้กำไรเยอะก็ขาดทุนก้อนโตเยอะเหมือนกัน ซึ่งการขาดทุนก้อนโตเกินความเสี่ยงที่นักลงทุนรับไหว ก็อาจทำให้เราไม่สามารถทำตามระบบเทรดนั้นได้ตลอดเวลา
  • Relative Drawdown (RDD.) : จุดขาดทุนต่อเนื่องสูงสุด ณ จุดๆหนึ่งของ balance ค่านี้เป็นตัวบอกว่า ณ จุดๆหนึ่งของการเทรด หรือทดสอบระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบมือ หรือ EA จะมีการขาดทุนต่อเนื่องได้กี่ % ของ balance ณ ขณะนั้น เช่น = 20% หมายถึง จะมีช่วงใดช่วงหนึ่งที่ระบบของเราจะขาดทุนติดต่อกันถึง 20% ถ้าเราเข้าเทรดช่วงตลาดหรือระบบเกิดการ Drawdown ณ เวลานั้น
เช่น ถ้ามีทุนอยู่ 1000 เหรียญ ก็อาจถูกลากพอร์ตติดลบหรือขาดทุนติดต่อกันได้ ถึง 200 เหรียญ เป็นต้น ค่า RDD. ยิ่งมีค่าน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี ค่าที่แนะนำคือ ไม่ควรเกิน 20% และยอมรับได้ไม่เกิน 30% ถ้าเล่นหลายคู่ ไม่ควรเกินคู่ละ 10-12 % เพราะเมื่อถึงเวลาเทรดจริงๆ ถ้าติดลบมากๆ เช่น 20% แล้ว จะมีความรู้สึกไม่มั่นใจว่า ระบบที่ใช้จะยังใช้ได้ดีหรือเปล่า ตลาดกำลังจะเปลี่ยนหรือเปล่า การ recover ทุนจากการติดลบมากๆก็อาจจะต้องใช้เวลาหรือความพยายามมาก กว่าจะได้ทุนคืน
  • Absolute drawdown หมายถึง ผลขาดทุนมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นนับจากต้นทุนเริ่มต้น(deposit) ตัวนี้จะช่วยบอกว่า หน้าตักที่คุณมีมันทนทานเพียงพอต่อระบบเทรดชนิดนั้นหรือไม่ เพราะระบบเทรดบางตัวอาจมี Total Net Profit ที่กำไรดี แต่มี Absolute Drawdown ที่เยอะจนหน้าตักเงินทุนเริ่มต้นเราไม่เพียงพอที่จะอยู่ทำตามระบบในระยะยาวได้ Absolute drawdown นี้ไม่ได้คิดเป็น % และส่วนใหญ่เราจะมักดูที่ Maximal Drawdown กับ Relative Drawdown กันมากกว่า

ความยากในการไต่ระดับเพื่อทำกำไรกลับคืน

การปล่อยให้เกิดการขาดทุนต่อเนื่อง จนทำให้ Drawdown สูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นไม่เป็นผลดีกับคุณเลย เพราะการที่จะทำกำไรกลับมาให้เท่าส่วนที่หายไป (recover) นั้นจะยากมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นเรื่องของอัตราส่วน ไม่ใช่แค่การหักลบ ลองดูค่าจากตารางด้านล่างนี้นะครับ
% Drawdown% ที่จะต้องได้กำไรคืน(เพื่อที่จะกลับมาเท่าทุน)
10%11%
20%25%
30%43%
40%67%
50%100%
60%150%
70%233%
80%400%
90%900%
100%ล้างพอร์ต

สาเหตุที่ทำให้เกิด Drawdown

1.การเทรดโดยการขาดแผนการลงทุน forex ที่ถูกต้อง
เรื่องนี้ก็คือเรื่องของการขาดการใช้ในส่วนที่เป็นเครื่องมือนั่นเอง โดยปกติแล้วหากเป็นนักเทรดมืออาชีพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้การเทรดของคุณสามารถทำกำไรได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือ หรือเทรดแบบการพนันแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการสะสมของค่า Drawdown นั่นเอง
2.การเทรดโดยขาดการบริหารจัดการการเงินที่ดี
การขาดการบริหารจัดการการเงินที่ดี (Money management) ย่อมส่งผลคือ โอกาสในการขาดทุนสะสมและทำให้เกิดค่าที่เรียกว่าค่า Drawdown นั่นเอง ดังนั้นหากคุณไม่ต้องการให้เกิดค่าตัวนี้สูงๆ การเรียนรู้ที่จะวางแผนการเทรด forex ทุกครั้งก่อนทำการเทรดจริง น่าจะเป็นทางออกในการลดค่า % ของ Drawdown
3.การขาดหลักจิตวิทยาการลงทุน
เรื่องสุดท้ายคือ การขาดหลักการที่เรียกกันง่ายๆว่า จิตวิทยาการลงทุน หรือหากกล่าวกันตามตรงแล้ว คือการเล่นกับความโลภที่อยู่ภายในใจของเรานั่นเอง หากคุณไม่ต้องการให้ตนเองนั้นขาดทุนและเกิดค่า Drawdown เป็นจำนวนมาก จงเทรด forex อย่างมีสติ และรู้จักเรื่องของการวางแผนในการเทรด พร้อมทั้งมีกลยุทธ์ที่ดีด้วย
ประการหนึ่ง คุณควรตระหนักและทำใจยอมรับได้ว่า “ถึงแม้ว่ามันจะมีช่วงเวลาที่คุณจะสามารถทำกำไรจากการลงทุนหรือจากการเก็งกำไรในตลาดหุ้นอยู่เสมอ แต่คุณก็ไม่สามารถที่จะทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอในทุกๆวันหรือทุกๆสัปดาห์ในแต่ละปี และจะมีแต่คนโง่ไร้สติเท่านั้นที่พยายามจะทำมัน เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะทำได้และไม่เคยเกิดขึ้นจริง” คำกล่าวของ Jesse Livermore ตำนานแห่ง Wallstreet
ผมชอบเรื่องของ Forex อย่างหนึ่งคือ มันเหมือนการปฏิบัติธรรมจริงๆ ผมพบว่าหากใจเรานิ่ง สุขุม มีสติ ก็จะสามารถเทรด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายๆคนที่เทรดประสบความสำเร็จก็บอกเช่นนั้นครับ ^_^

สิ่งที่เราได้รับประโยชน์จากการอ่านค่า Drawdown

1.ช่วยบอกให้รู้ว่า เราเข้าโซนอันตรายหรือยัง
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ ค่า Drawdown ยิ่งมี % เข้าใกล้ 100 มากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงโอกาสที่เรากำลังจะเข้าสู่การล้างพอร์ตกำลังเดินทางมาถึงแล้วในไม่ช้า ดังนั้นอย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด คุมค่าตัว Drawdown ให้ต่ำเข้าไว้
2.ตัวเลขที่ปลอดภัยของค่านี้คืออย่าเกิน 25
ผมยอมรับว่าค่อนข้างขี้ตื่นกลัวมากไปหน่อยดังนั้นค่า Drawdown ที่ผมคิดว่าเหมาะสมมากที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับผมคือ ประมาณ 25-30% จงรักษาค่าให้อยู่ประมาณนี้แล้วผมการันตีว่า port forex ของคุณจะไม่ได้รับความเสียหายอย่างแน่นอนครับ

บทสรุป

คุณควรตรวจสอบและพัฒนาระบบการเทรดของตัวเองอยู่เสมอ และค่า Drawdown ก็เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบความเสี่ยงและเช็คระบบการทุนของคุณเอง
ถ้าเกิดการขาดทุนติดต่อกันหลายๆครั้ง Drawdown ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็จะเตือนเราได้ว่า วิธีการลงทุนหรือระบบการซื้อขายของเรานั้นเริ่มมีปัญหา เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการซื้อขายใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะของตลาดในช่วงเวลานั้นๆ
Drawdown จะมีกล่าวกันอย่างมากในเรื่องของ Money management ค่าDrawdown ใน % มากๆ หรือต่อเนื่องนานๆ จะทำให้นักลงทุนเกิดความกดดันอย่างมาก ทำให้เสียความมั่นใจ วิตก กลัว และถ้าไม่มีแผนการเทรดที่ดีหรือไม่ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ก็อาจจะต้อง Cut Loss บ่อยเกินไปจากความกลัว จนพอร์ตของคุณมีปัญหา แต่ถ้าคุณมีแผนการเทรดที่ดีและทำตามอย่างเคร่งครัด คุณจะรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ สุดท้ายคุณก็จะเอาชนะเกมเทรดของคุณได้ครับ
สำหรับคริป VDO ที่คุณควรเข้าไปฟังเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ครับ ^_^

=========================================